สมัครสมาชิกWebsite EnvCorp!    Login  
 



โครงการและกิจกรรมของมูลนิธิฯ;

ข่าวสารล่าสุด [News Update!]
"ร่วมมือ ร่วมใจ รักษ์โลก หยุด ภาวะโลกร้อน ที่กำลังวิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน"
โดย admin เมื่อ 2008/3/2 2:20:00 (1197 อ่าน)

Thaifly.com  & EnvCorp


"ร่วมมือ ร่วมใจ รักษ์โลก หยุด ภาวะโลกร้อน ที่กำลังวิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน"

  Thaifly.com ร่วมกับ มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อแก้ไขภาวะโลกร้อนที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นๆ โดยการให้ลูกค้าเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์ที่ร่วมรายการ เพื่อแบ่งรายได้ส่วนหนึ่ง มอบให้กับโครงการ ยับยั้งภาวะโลกร้อน โดยความร่วมมือร่วมใจกันของคุณและ Thaifly.com โดยเป้าหมายหลักของการร่วมสมทบทุนบริจาคในครั้งนี้ นั้นก็คือ การระดมทุนเพื่อปลูกป่ากว่า 10,000 ไร่ในปีนี้ เพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ลดภาวะเรือนกระจก

สำหรับรายการแพ็คเกจทัวร์ที่เข้าร่วมบริจาคนั้น Thaifly.com มีความจริงใจที่จะให้ลูกค้าทุกท่าน ได้มีโอกาสร่วมบริจาค โดยได้เลือกแพ็คเกจจากหลายๆ ประเทศ เข้าร่วมรายการ ประกอบด้วย แพ็คเกจทัวร์เที่ยวยุโรป, แพ็คเกจทัวร์เที่ยวลาว, แพ็คเกจทัวร์เที่ยวฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์, แพ็คเกจทัวร์เที่ยวเกาหลี และแพ็คเกจทัวร์ไปงานกวางเจา เทรดแฟร์ที่ประเทศจีน

แพ็คเกจที่ร่วมรายการทั้ง 5 แพ็คเกจนี้ ทาง Thaifly.com จะทำการมอบรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายแพ็คเกจทัวร์ให้กับลูกค้าแต่ละท่าน ให้กับทาง มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย ในโครงการรณรงค์ เพื่อแก้ไขภาวะโลกร้อน "จำนวน 100 บาท ต่อ ลูกค้าที่เดินทาง 1 ท่าน" รวมใจกันมีส่วนร่วมได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2551 

 


 


เรื่องอื่นๆใน โครงการรณรงค์เพื่อแก้ไขภาวะโลกร้อน

SOLD OUT! Green Volunteer รุ่นที่ 2
โดย admin เมื่อ 2008/1/31 20:24:41 (330 อ่าน)

ตามที่มูลนิธิฯ จัดโครงการ Green Volunteer รุ่นที่ 2 ตอน เอารักไปห่มดอย ณ ดินแดนดอกภูคาบานสะพรั่ง นั้น ขณะนี้ได้มีสมาชิกสมัครเข้ามาจำนวนมากเกินจำนวนที่เปิดรับ จนไม่สามารถให้ทุกคนไปได้ทั้งหมด

มูลนิธิฯ ต้องขอโทษมา ณ ทีนี่ด้วย เนื่องจากในแต่ละทริป เราจำเป็นต้องรับสมาชิกในจำนวนจำกัด เพื่อให้กิจกรรมสมบูรณ์แบบมากที่สุด จึงไม่สามารถรับสมาชิกในจำนวนมากได้ และขอให้สมาชิกรอดูข่าวกิจกรรมในครั้งต่อๆ ไป

แต่ถ้าท่านได้สนใจเป็น Green Volunteer ท่านสามารถรวมกลุ่มกัน 20 คนขึ้นไป แล้วแจ้งมาที่มูลนิธิฯ ได้ มูลนิธิฯ ยินดีอำนวยความสะดวกให้ครับ

จึงขออภัยมา ณ ที่นี้


เรื่องอื่นๆใน โครงการ Green Volunteer

โลกที่สดใสของน้องจารุณี
โดย admin เมื่อ 2008/1/31 20:21:03 (269 อ่าน)

รอยยิ้มของความสุขเล็ๆแม้ลมหนาวปีนี้ค่อนข้างจะโหดร้ายทารุณมากกว่าปีอื่นๆ หลายเท่า โดยเฉพาะบนยอดดอย แต่น้องจารุณี เด็กหญิงที่น่าสงสารแห่งยอดดอยก็ได้รับไออุ่นแห่งความรัก ความห่วงใยที่ที่ผู้บริจาคทุกท่านมีเมตตาจิตส่งไปให้ ณ ดินแดนที่แสนไกล

                ในปีนี้น้องจารุณีได้รับยารักษาโรคที่มาจากความหนาว ได้ผ้าห่ม เสื้อผ้ากันหนาว ชุดนักเรียนใหม่ และกิจกรรมงานพัฒนาต่างๆ ที่ทุกๆ ท่านร่วมใจกันส่งไปให้ ใบหน้าที่ดูแล้วเศร้าหมองรอคอยความหวังเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันสดใส เบิกบาน ด้วยความสุขใจ

                “หนูดีใจจริงๆ ที่มีคนรัก คนห่วงใยหนู แม้จะไม่รู้จักกัน แต่เขาก็ช่วยหนู แล้วยังช่วยให้ทุกๆ คนในหมู่บ้านให้อยู่รอดจากความหนาวค่ะ” คำกล่าวแรกของน้องจารุณี เมื่อความช่วยเหลือเดินทางไปถึง

                นอกเหนือไปจากน้องจารุณีแล้ว เด็กๆ และครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบนดอยสูงหลายๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ และ จ.น่าน ต่างก็ได้รับความช่วยเหลือจากทุกๆ ท่านที่บริจาคผ่านมูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย โลกที่สดใสของน้องจารุณี

               

วันนี้น้องจารุณีได้เข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่
1 ในโรงเรียนที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านของเธอนัก และด้วยกิจกรรม และความช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งเน้นในการช่วยเหลือทั้งชุมชน สิ่งที่ทุกๆ คนช่วยเหลือจึงขยายไปช่วยถึงเพื่อนๆ ของน้องจารุณีด้วย

                วันนี้น้องจารุณีมีเพื่อนมากมาย มีความฝันที่จะเจริญเติบโตไปข้างหน้า เพื่อที่จะมีโอกาสช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสที่ยังไม่อีกมากมาย

                “หนูอยากเป็นหมอ เพื่อจะมารักษาคนป่วยในหมู่บ้าน เพราะในหมู่บ้านไม่มีหมอ สถานีอนามัย โรงพยาบาลก็อยู่ไกลมาก ถ้าหนูได้เป็นหมอหนูจะกลับมาช่วยเหลือให้ทุกคนหายเจ็บป่วย” น้องจารุณีเล่าถึงความฝันด้วยสีหน้าที่เปล่งประกายถึงความหวัง

                และวันนี้ สิ่งที่ทุกๆ ท่านร่วมใจกันช่วยเหลือมูลนิธิฯ จึงจัดทุนการศึกษาแก่น้องจารุณี ตั้งแต่วันนี้จนกระทั่งเธอจบการศึกษาตามเป้าหมายของชีวิต

 เพื่อให้เธอได้เดินตามความฝัน เปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองจากผู้รับสู่ผู้ให้


รอยยิ้มของความสุข ที่หาได้จากเด็กๆ


เรื่องอื่นๆใน โครงการห่มผ้าให้น้อง

ถ้อยคำจากฑูตโครงการอนุรักษ์พะยูน “นวพล ภูวดล”
โดย admin เมื่อ 2007/12/13 15:45:39 (422 อ่าน)

ถ้อยคำจากฑูตโครงการอนุรักษ์พะยูน “นวพล   ภูวดล”

พะยูนเป็นสัตว์ที่เหมือนเป็นตัวชี้วัดว่าท้องทะเลที่นั่นสมบูรณ์เพียงใด เพราะเป็นสัตว์ที่กินแต่หญ้าทะเลเท่านั้น และที่ไหนพบพะยูนแสดงว่าท้องทะเลที่นั่นอุดมสมบูรณ์มาก นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมคิดว่าทำไมสัตว์น่ารักๆ อย่างพะยูนจึงเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ในอีกความหมายถึงก็คือว่าทะเลไทยเสื่อมโทรมเต็มทีแล้ว
ผมลงพื้นที่กับมูลนิธิฯ แล้วรู้สึกทึ่งนะกับการที่ลงไปช่วยให้ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ มาทำงานอนุรักษ์อย่างจริงจัง   อย่างที่อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี ซึ่งเคยมีพะยูนไม่น้อยกว่า 40 ตัว แล้วหมดไปเพราะถูกล่าบ้าง ติดเครื่องมือประมงจนต้องตายไปบ้าง และสุดท้ายคือแหล่งอาหารเสื่อมโทรมไปเลย

“ชาวบ้านที่นั่น เขารวมกลุ่มกันปกป้องพะยูน แล้วก็ประสานงานกับทั้งภาครัฐและเอกชน จนกระทั่งวันนี้ มีพะยูนกลับเข้ามาในคุ้งกระเบนแล้ว”
และที่สำคัญพะยูนเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ผมไม่อยากให้รุ่นลูกรุ่นหลานเราเห็นพะยูนแต่ในรูป เหมือนที่เราเห็นสมันกันทุกวันนี้
อีกอย่างมูลนิธิฯ ของเราทำงานกับทั้งคน และพะยูน ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าทะเลสมบูรณ์พะยูนอยู่ได้ คนก็อยู่ได้
วันนี้ยังไม่สายนะครับ เรามารวมพลังกันเพื่อให้พะยูนคงอยู่คู่ทะเลไทยกันเถอะครับ
      
มารักษ์พะยูนด้วยกันนะครับ
   อู๋  “นวพล   ภูวดล”


เรื่องอื่นๆใน ฑูตโครงการฯ

วิกฤติ คาร์บอน
โดย admin เมื่อ 2007/11/16 14:20:00 (618 อ่าน)


เรื่องโดย บิล แมกคิบเบน

ในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนขั้นแรกคือการคำนวณตัวเลข

                     


            
วิกฤติคาร์บอนมีสมการดังนี้ ก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ชั้นบรรยากาศของโลกมีคาร์บอนไดออกไซด์ราว 280 พีพีเอ็ม (parts per million) ซึ่งเป็นจำนวนที่ดี คำว่า "ดี" ในที่นี้หมายถึง "ที่เราเคยชิน" เนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลของคาร์บอนไดออกไซด์ดักจับความร้อนบริเวณผิวโลกไม่ให้ลอยกลับสู่อวกาศ อารยธรรมต่างๆจึงเจริญรุ่งเรืองขึ้นในโลกที่กำหนดค่าตัวควบคุมอุณหภูมิไว้เท่านั้น เท่ากับอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอยู่ในราว 14 องศาเซลเซียส ซึ่งเท่ากับอุณหภูมิของเมืองทุกเมืองที่เราสร้างขึ้น พืชผลทุกชนิดที่เราปลูกและกิน แหล่งน้ำทุกแห่งที่เราพึ่งพาอาศัย กระทั่งการเปลี่ยนฤดูกาลในช่วงละติจูดที่สูงขึ้น ส่งผลต่ออารมณ์และสภาพจิตใจของเรา

              แต่ทันทีที่เราเริ่มเผาถ่านหิน แก๊ส และน้ำมันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ตัวเลข 280 ก็เพิ่มขึ้น เมื่อเราเริ่มวัดค่าใหม่ในปลายทศวรรษ 1950 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มสูงถึง 315 และ 380 ในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นคร่าวๆปีละ 2 พีพีเอ็ม แม้จะฟังดูไม่มากเท่าไร แต่ปรากฏว่า ความร้อนส่วนเกินที่คาร์บอนไดออกไซด์กักเก็บไว้ ซึ่งมีค่าเพียง 2 วัตต์ต่อตารางเมตรบนผิวโลก ก็ทำให้โลกร้อนขึ้นได้อย่างมาก และเราได้ทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงไปแล้วกว่าครึ่งองศาเซลเซียส เราไม่อาจคาดการณ์ได้ว่า
การเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศจะส่งผลกระทบใดได้อย่างแน่ชัด แต่ความร้อนที่เราได้เห็นจนถึงขณะนี้ก็เริ่มส่งผลให้องค์ประกอบที่เป็นน้ำแข็งส่วนใหญ่บนโลกละลาย ฤดูกาลและวัฏจักรฝนแปรปรวน ระดับทะเลสูงขึ้น

              ไม่ว่าเราจะทำอะไรตอนนี้ ความร้อนก็ยังจะเพิ่มขึ้นต่อไปอีก เนื่องจากความร้อนที่มีในชั้นบรรยากาศต้องใช้เวลากว่าจะจางไป พูดง่ายๆก็คือเราไม่สามารถยุติภาวะโลกร้อนได้ ภารกิจของเรามีเป้าหมายไม่เร้าใจนัก เพราะเราทำได้เพียงจำกัดความเสียหาย ไม่ให้สถานการณ์แย่ไปมากกว่านี้ และนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะก่อนหน้านี้เราไม่มีข้อมูลบ่งชี้จุดวิกฤติที่ชัดเจน แต่ตอนนี้เราเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น เมื่อสองสามปีที่ผ่านมามีรายงานหลายฉบับบ่งชี้ว่า คาร์บอนไดออกไซด์ 450 พีพีเอ็มคือจุดวิกฤติ หากตัวเลขสูงกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า หลายร้อยปีนับจากนี้จะเกิดปัญหาพืดน้ำแข็งในกรีนแลนด์และทางตะวันตกของแอนตาร์กติกาละลาย ตามมาด้วยระดับทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างใหญ่หลวง ตัวเลข 450 พีพีเอ็มเป็นการคาดการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุด (นี่ไม่รวมแก๊สเรือนกระจกอื่นๆที่มีปริมาณน้อยกว่า เช่น มีเทนและไนตรัสออกไซด์) แต่ตัวเลขนั้นควรเป็นเป้าหมายที่โลกพยายามหลีกเลี่ยง แต่เป้าหมายนั้นเปลี่ยนแปรอย่างรวดเร็ว หากเรารักษาระดับการเพิ่มของคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ที่ปีละ 2 พีพีเอ็ม เราก็เหลือเวลาอีกแค่ 35 ปีเท่านั้น

               ตัวเลขนั้นไม่ซับซ้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่น่ากลัว ปัจจุบันมีเพียงยุโรปและญี่ปุ่นเท่านั้นที่เริ่มลดการปล่อยคาร์บอน และยังไปไม่ถึงเป้าหมายแสนต่ำที่ตั้งไว้ ขณะที่การปล่อยคาร์บอนของสหรัฐอเมริกา ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสี่ของโลก
เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนต้นปี สหรัฐฯแจ้งองค์การสหประชาชาติว่า ในปี 2020 จะปล่อยคาร์บอนมากกว่าปี 2000 ถึงร้อยละ 20 ขณะที่จู่ๆ จีนและอินเดียก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากขึ้นด้วย หากคิดเทียบปริมาณต่อหัว (ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะมองปัญหานี้อย่างเป็นธรรม) ยังไม่มีใครปล่อยคาร์บอนมากเท่าสหรัฐฯ แต่ประชากรของสหรัฐฯมีจำนวนมากและเศรษฐกิจก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนทำให้การลดปริมาณการปล่อยปริมาณคาร์บอนของโลกดูน่าเป็นห่วงกว่าเดิมตอนนี้จีนสร้างโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินราวหนึ่งโรงต่อสัปดาห์ นั่นหมายถึงคาร์บอนจำนวนมหาศาลนั่นเอง


นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

อ่านต่อ... | 6526 ไบท์

เรื่องอื่นๆใน คุยกับมูลนิธิฯ



รายงานความก้าวหน้าของกิจกรรม
โดย admin เมื่อ 2007/7/4 15:30:00 (249 อ่าน)
โครงการคุ้มครองเด็กบนพื้นที่สูง

เมื่อวันที่ 25-27 พฤษภาคม ที่ผ่านมามูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย ดำเนินการจัดอบรมเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กให้แก่เด็กๆ และเยาวชนบ้าน

โป่งไฮ ตำบลแม่สลองใน  อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีเด็กๆ จำนวน
40 คนเข้าร่วมอบรม เพื่อรู้ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก และการร่วมกันรณรงค์ให้ผู้ปกครองไปจดทะเบียนเกิดเด็ก เพื่อให้เด็กๆ ที่เกิดขึ้นมามีสิทธิในการใช้บริการต่างๆ ของรัฐ


เรื่องอื่นๆใน โครงการคุ้มครองเด็กบนพื้นที่สูง


"บ้านของฉัน" บนแผ่นฟิล์มเมื่อเด็กน้อยขอทำหนัง_ข่าวสด
โดย admin เมื่อ 2007/6/17 13:10:00 (277 อ่าน)

"บ้านของฉัน" บนแผ่นฟิล์มเมื่อเด็กน้อยขอทำหนัง



"คัต เอ๊ย ไม่ใช่ๆ เทคๆๆ" ผู้กำกับตัวน้อยพูดผิดๆ ถูกๆ เมื่อพิธีกรทำหน้าที่ไม่ได้ดั่งใจ ยิ่งไปกว่านั้น เสียงโห่ฮาปากจากเพื่อนๆ ทีมงานอีกหลายสิบชีวิตดังลั่นทำเอาผู้กำกับมือใหม่ยืนตัวเอียงตัวงอ ด้วยความเขินอาย
กองถ่ายทำภาพยนตร์สารคดี ซึ่งประกอบไปด้วยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กว่า 30 ชีวิต จากโรงเรียนพระราชทานทับละมุ อ.ลำแก่น จ.พังงา ล้วนแบ่งหน้าที่ในการทำงาน ไม่ว่าจะฝ่ายสถานที่ ฝ่ายประสานงานกองถ่าย ฝ่ายคอสตูม ฝ่ายข้อมูลและบทสารคดี และฝ่ายสวัสดิการ ทุกคนต่างรวมใจกันนำเสนอแง่มุมต่างๆ ของหมู่บ้านของตัวเองผ่านสื่อภาพยนตร์ เพื่อให้คนทั่วไปรู้จักหมู่บ้านทับละมุมากขึ้น ภายใต้ชื่อ "ทับละมุบ้านฉัน" ส่วนหนึ่งของโครงการต้นกล้าสึนามิ

อ่านต่อ... | 5076 ไบท์

เรื่องอื่นๆใน ข่าวของมูลนิธิฯในสื่อต่างๆ





Copyright @ 2007 by envcorp.org เว็บไซต์มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย Thai Environmental Corporation Foundation.
มูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย 74/31 ถนนนวมินทร์ ซอย 85 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 02-379-1075 โทรสาร 02-379-1035